| Wuttinee's profileวุฒิณี's spacePhotosBlogLists | Help |
วุฒิณี's space |
|||||
|
May 09 ขอไว้อาลัยแด่ความรู้สึกที่ต้องเสียไป...ขอไว้อาลัยแด่ความรู้สึกที่ต้องเสียไป...
ขอไว้อาลัยแด่ความรู้สึกที่ต้องเสียไป...
ขอไว้อาลัยแด่ความรู้สึกที่ต้องเสียไป...
ขอไว้อาลัยแด่ความรู้สึกที่ต้องเสียไป...
เดียวจะค่อยๆทะยอยชดใช้และคืนให้....
April 16 "เลกซัส" รสชาติที่แตกต่าง"ชิเจโทชิ มิโยชิ" หัวหน้าทีมวิศวกรของเลกซัส บอกถึงความแตกต่างระหว่าง โตโยต้า กับ เลกซัส ว่า รถยนต์ "โตโยต้า" จะเป็นรถที่เน้นตลาดที่มียอดจำหน่ายสูงเป็นสำคัญ พร้อมนำเสนอรถยนต์ที่เหมาะสมกับสภาพตลาดในแต่ละท้องที่ ส่วน "เลกซัส" จะเป็นรถระดับ พรีเมี่ยมคาร์หรือตลาดชั้นสูงเท่านั้น "มิโยชิ" บอกถึงความเป็นมาของเลกซัสว่า เลกซัสเริ่มมาตั้งแต่ปี 1989 ที่มีการผลิตรถยนต์ LS รุ่นแรก บนพื้นฐานและความต้องการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงเป็นพิเศษ ภายใตหลักการสำคัญ 2 อย่างคือ 1. yet phiolosophy ความต้องการ ขัดแย้งกันโดยไม่มีการล้มเลิกกลางคัน 2. action at source การแก้ไขปัญหาโดยย้อนไปที่ต้นเหตุ ซึ่งตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมานั้น เลกซัสสามารถทำยอดจำหน่ายได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถทำยอดขายได้ ทั่วโลกเกินกว่า 500,000 คัน และตลาดหลัก 3 ส่วน 4 อยู่ที่อเมริกาเหนือ และเมื่อเปรียบเทียบยอดการจำหน่ายระหว่าง เลกซัสกับคู่แข่งนั้น พบว่าเรามียอดการจำหน่ายต่ำกว่าคู่แข่งอยู่ครึ่งหนึ่ง เมื่อปี 2550 ที่ผ่านมานั้นรุ่น RX และ EX สามารถครองส่วนแบ่งได้มากกว่า 50% จากปี 2548 ที่มียอดจำหน่ายเพียง 300,000 คัน จากการสำรวจความต้องการของผู้บริโภคที่มีรายได้สูงในประเทศญี่ปุ่น จะพบว่ากลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ส่วนใหญ่มีความชื่นชอบเลกซัสมากกว่า ยี่ห้ออื่นคิดเป็น 4.58% และกลุ่มคนที่อายุน้อยกว่า 30 ปี มีความชื่นชอบยี่ห้ออื่นๆ มากกว่าเลกซัสคิดเป็น 3.0% ส่วนการสำรวจความรู้จักเลกซัสในยุโรป คนส่วนใหญ่จะยังไม่ค่อยรู้จักแบรนด์ "เลกซัส" เท่าที่ควร แต่ปัจจุบันเรามีรถรุ่นไฮบริดซึ่งเชื่อว่าจะทำให้คนรู้จักเราเพิ่ม มากขึ้น สำหรับจุดแข็งของเลกซัสวันนี้ "มิโยชิ" มองว่า ความแข็งแกร่งของเลกซัสในตลาดอเมริกาเหนือนั้นคือคำตอบ และส่งผลให้กลายเป็นจุดอ่อนที่สำคัญของเลกซัส เพราะมีอัตราการพึงพอใจในตลาดนี้มากเกินไป ประกอบกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ยังไม่ ชื่นชอบรถของเราเท่าที่ควร รวมถึงตลาดยุโรปที่คนส่วนใหญ่จะยังไม่รู้จักแบรนด์ "เลกซัส" แต่เราเชื่อว่าวันนี้ที่เลกซัสมีรถรุ่นไฮบริด ซึ่งจะเป็นรถที่ช่วยให้คนรู้จักเราเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ปัจจุบันถือว่ายอดจำหน่ายของเลกซัสเป็นไปในทิศทางที่ดี ซึ่งเราอยากที่จะกลับมาแก้ปัญหาต่างๆ และต้องย้อนกลับไปทบทวนจุดแข็งและความถนัดของเราอยู่ตรงไหน เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาและสร้างแบรนด์เลกซัสอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราต้องลงลึกไปถึงเรื่องการสร้างคุณค่าของ "เลกซัส" ด้วยการเริ่มต้นสร้างกิจกรรมใหม่ๆ ให้กับเลกซัส กับการส่งรถรุ่น LS และ เซ็กเมนต์ใหม่ๆ อย่างครอสโอเวอร์ หรือ RX ออกสู่ตลาดด้วย พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจในคำว่า "ชั้นสูง" ที่เดิมคนทั่วไปเข้าใจว่า ต้องเป็นคนมีฐานะดี มีทรัพย์สินเงินทองจำนวนมาก แต่วันนี้เราได้เปลี่ยนความคิด และประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยการหันมาให้ความสนใจในเรื่องของ "ความ พึงพอใจ" มากกว่า ดังนั้นเราจึงมองว่าคุณค่าที่แท้จริงของคำว่าชั้นสูงจะอยู่ที่การนำเสนอเวลาที่ประทับใจให้กับลูกค้า ซึ่งรวมถึงกลุ่มลูกค้าเลกซัสที่ไม่ใช่เป็นผู้ขับขี่ จะต้องรู้สึกเป็นสุขสบายและสนุกไปด้วย ซึ่งหน้าที่สำคัญของเลกซัสคือการเพิ่มมูลค่าให้กับเวลา การออกแบบรถของเลกซัสนั้นมาจากพื้นฐานการออกแบบที่เรียกว่า "L-finesse" ที่ไม่ใช่มีความหมายว่า เลกซัส แต่หมายถึง แนวหน้า หรือ leading อย่างรุ่น IS ที่ออกแบบมาบนพื้นฐานของความเรียบง่าย และมีความสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะลักษณะพิเศษของการออกแบบ "L-finesse" นั้น คือความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันภายใต้แบรนด์ "เลกซัส" และมีคุณลักษณ์พิเศษเฉพาะรุ่นนั้นๆ ด้วย แม้จะมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า เลกซัสจะมีการใช้แพลตฟอร์มเดียวกับโตโยต้า แต่ "มิโยชิ" มองว่าระหว่างเลกซัสกับ โตโยต้านั้น ก็เหมือนกับสูตรการปรุงอาหาร ที่คนทำและวัตถุดิบเป็นคนละอย่างกัน ดังนั้นรสชาติย่อมแตกต่าง และแม้ว่าเลกซัสกับโตโยต้าจะใช้ชิ้นส่วนเดียวกัน แต่ผลที่ออกมานั้นย่อมไม่เหมือนกัน ซึ่งรถยนต์เลกซัสผลิตภายใต้มาตรฐานที่เรียกว่า "เลกซัส มัสส์" (LEXUS MUSIS) ที่จะต้องผ่านมาตรฐานมากกว่า 500 มาตรฐาน รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ของโตโยต้าจะถูกนำมาใช้ในเลกซัสก่อนเสมอ เพื่อทำให้ชีวิตมนุษย์มีความสมบูรณ์ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของโลกด้วย สุดท้าย "มิโยชิ" บอกว่า ต้องการพัฒนารถยนต์เลกซัสให้มีความก้าวหน้าในระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ บุก "ทาฮาร่า" ฐานผลิต "เลกซัส" เปิดตำนานพรีเมี่ยมคาร์แห่งโลกตะวันออกหลังจากสร้างการยอมรับและประสบความสำเร็จในตลาดอเมริกา ด้วยการเป็นรถยนต์พรีเมี่ยมที่ขายดีที่สุด และยังจะเป็นรถ พรีเมี่ยมเพียงยี่ห้อเดียวที่ตีตรามาจากโลกตะวันออก ซึ่งสามารถสร้างชื่อให้เป็นที่ยอมรับไปได้ทั่วโลก ในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา "ประชาชาติธุรกิจ" ได้รับโอกาสอันดีจากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำทีมโดย "วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ "สันชัย ตรีชิด" รักษาการผู้อำนวยการ ฝ่ายเลกซัสกรุ๊ป ได้พาบรรดาสื่อมวลชนไทยเข้าเยี่ยมชมโรงงาน "ทาฮาร่า" (TAHARA PLANT) โรงงานผลิตรถยนต์ "เลกซัส" รุ่น LS400 มาตั้งแต่ปี 2532 หรือเมื่อ 19 ปีที่ผ่านมา ภายใต้เป้าหมายอันท้าทายด้วยความมุ่งมั่นที่จะผลิตรถยนต์นั่งระดับพรีเมี่ยมจากค่าย "โตโยต้า" โรงงานประกอบรถยนต์เลกซัส "ทาฮาร่า" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของ กรุงโตเกียว ซึ่งเกิดขึ้นจากพันธกิจและการสร้างแรงบันดาลใจ บวกกับความต้องการของวิศวกรผู้ผลิต ที่ต้องการรังสรรค์ ยานยนต์สมบูรณ์แบบ โดยใช้การผสมผสานกันระหว่างนวัตกรรมด้านเทคนิคการผลิต (innovative technique) กับความประณีตในการผลิตของช่างฝีมือที่มีทักษะในการผลิตระดับสูง (craftsmanship) ซึ่งกลายเป็นที่มาของรถยนต์ "เลกซัส" โรงงานแห่งนี้ให้กำเนิดรถเลกซัสทุกคัน ที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมการผลิตที่ล้ำสมัย และบ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์เหนือระดับเฉพาะตัว ที่โดดเด่นทั้งสมรรถนะการขับขี่ ความก้าวล้ำทางเทคโนโลยี และความประณีตในการผลิตจากสายพานการผลิต ส่งผลให้เลกซัส กลายเป็นรถยนต์คุณภาพระดับพรีเมี่ยมที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนั้นทาฮาร่าถือเป็นฐานการ ผลิตและส่งออกที่สำคัญไปยังตลาดอเมริกา เหนือ เนื่องจากมีท่าเรือขนส่งสินค้าของ ตัวเอง ทำให้ผลผลิตกว่า 620,000 คัน คิดเป็น 85% ของโรงงานแห่งนี้ ถูกส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก หรือมีการผลิตประมาณ 2,500 คันต่อวัน ปัจจุบันโรงงานทาฮาร่าผลิตรถยนต์ เลกซัสทั้ง 7 รุ่น คือ LS, GS, IS, Land Cruiser Prado, 4 Runner, Vanguard, RAV4 มีพนักงานทั้งสิ้น 6,890 คน ซึ่งถือเป็นครึ่งหนึ่งของโรงงานประกอบเลกซัสในญี่ปุ่น จาก 5 โรงงานของเลกซัสที่มีอยู่ ทั่วโลก ซึ่งโรงงานแห่งนี้เปรียบเสมือนเป็นโรงงานแม่ของเลกซัส ที่มีการผลิตชิ้นส่วน, เครื่องยนต์ จนกระทั่งการขึ้นไลน์ประกอบรถยนต์ ด้วยจุดแข็งการใช้เทคโนโลยีล่าสุดจากโตโยต้า รถยนต์ที่ประกอบขึ้นจากโรงงานแห่งนี้ ขั้นตอนส่วนใหญ่จะใช้แรงงาน "คน" เป็นหลัก โดยมีช่างฝีมือหลายระดับ ซึ่งระดับ ผู้เชี่ยวชาญจะถูกเรียกว่า "ทาคุมิ" เป็นแรงงานที่อยู่ระดับบนสุดของพีระมิด ซึ่งมีทั้งหมด 10 คน ใน 10 แผนก ที่ถือว่าเป็นสุดยอดของช่างฝีมือ ภายใต้ระบบ craftsmanship หรือการทำงานที่ผสานไปกับ innovative technique ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากโตโยต้า ด้วยเครื่องมืออันทันสมัย และมีความแม่นยำแบบยอดเยี่ยม และเน้นความเที่ยงตรงในการทำงาน จากความประณีตในการผลิตของช่างฝีมือ โดยเฉพาะความประณีตจากประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการควบคุมและปรับปรุงการผลิตอย่างละเอียด บวกกับความตั้งใจและเอาใจใส่ ทำให้สามารถตรวจสอบและรับรู้ถึงความผิดปกติ และส่วนต่างอันไม่สามารถวัดค่าได้ด้วยเครื่องวัดใดๆ และสามารถแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ได้ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนการผลิตที่ละเอียดถี่ถ้วน และก่อให้เกิดคุณภาพมาตรฐานแบบฉบับ "เลกซัส" นอกจากนี้นวัตกรรมด้านเทคนิคการผลิตที่ใช้ในโรงงานเลกซัสอัดแน่นไปด้วยวิศวกรรมการผลิตที่ล้ำสมัย โดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการใช้หุ่นยนต์ระดับสูง เพื่อความสามารถในการควบคุมการผลิตให้เกิดผลลัพธ์ที่แม่นยำและเที่ยงตรงที่สุด ก่อให้เกิดประสิทธิภาพทางการผลิตได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องวัดบล็อกเครื่องยนต์ความละเอียดสูง/ความเร็วสูงแบบ 3 มิติ, เครื่องปั๊มประสิทธิภาพสูง สามารถปั๊ม ชิ้นส่วนที่มีขนาดใหญ่ด้วยความเที่ยงตรงและแม่นยำ, หุ่นยนต์เชื่อมตัวถังใหม่ล่าสุด มีความแม่นยำในการทำงานสูงสุด, เครื่องวัดการตั้งช่วงล่าง รับประกันความแม่นยำ ในการประกอบช่วงล่างที่มีมาตรฐานเหนือระดับ, ระบบการใช้เลเซอร์ประกอบการปรับ alignment ที่มีความแม่นยำสูงสุด ระบบการพ่นสีที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยล่าสุด ควบคุมโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีเพื่อคุณภาพการพ่นสีระดับพรีเมี่ยม ตามแบบฉบับของเลกซัสที่ใช้ช่างฝีมือระดับสูงสุด ตรวจสอบโดยใช้ "มือ" ทำให้การปฏิบัติงานของทีมช่างในโรงงานแห่งนี้มีความแม่นยำมาก ก่อให้เกิดผลผลิตที่กลายเป็นการผสานระหว่างเทคโนโลยีความล้ำหน้าในการผลิตกับฝีมือแรงงานชั้นเยี่ยม ที่ออกมาจากแนวคิดการทำงานแบบทุ่มเท จนกลายมาเป็นรถยนต์เลกซัสที่สมบูรณ์แบบ หรือพรีเมี่ยมคาร์แห่งโลกตะวันออกนั่นเอง January 15 เพียงเพราะความคิดถึงของเราอาจ (ไม่)เท่ากัน…เพียงเพราะความคิดถึงของเราอาจ (ไม่)เท่ากัน…
วันนี้ฉันดีใจ เมื่อจู่ๆก็ได้รับการติดต่อจากเพื่อนเก่า ต้องเรียกว่าเก่ามากๆ เพราะเหตุการณ์มันผ่านมา ตั้งแต่สมัยช่วงท้ายของชีวิตนักเรียนประถม…. หลักจากที่เราต้องแยกย้ายกันตามวาระ ที่ไม่ใช่แค่ย้ายโรงเรียน แต่ย้ายที่อยู่ระหว่างภาคกลาง กับภาคใต้ของประเทศ นั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค์ของการแสดงความห่วงใจระหว่างกันและกัน เราเลือกที่จะติดต่อกันผ่านข้อความทาง จดหมายมาโดยตลอดระยะเวลาอีก 2 ปีต่อมา และทุกอย่างก็เลื่อนหายไปตามระยะทางและกาลเวลา จนวันนี้โทรศัพท์ฉันดังขึ้น...เราใช้เวลาระลึกถึงกันไม่ 5 วินาที ทุกอย่างล้วนพรั่งพรูออกมา ทั้งความคิดถึง ความห่วงใย ไม่ใช่แค่ระหว่างเพื่อนกับเพื่อน แต่ยังเผื่อแผ่ออกไปถึงพ่อ แม่ พี่ น้อง เมื่อถามถึงที่มาของการติดต่อครั้งนี้ คือความอดและทนต่อความคิดถึงไม่ได้ จึงต้องใช้บริการความไฮเทคของ อินเตอร์เน็ตเข้าช่วยมาเป็นสื่อกลางก่อนที่เราจะได้พบกันทางเสียง แม้วันนี้ยังมีเพื่อนและมิตรภาพ...อีกมากมาย ที่ฉันได้ทำหล่นหายไประหว่างทาง… โดยไม่รู้ว่าจะมีโอกาสโชคดีได้มาเจอกัน แม้จะเป็นเพียงเสียงผ่านคลื่นโทรศัพท์ก็ตาม...
January 07 สัญญา...สัญญา... แม่นอนหรือยัง พ่อเหนื่อยไหม ไม่ต้องรอเข้านอนก็ได้ อีกไม่นาน จะกลับไป ก็รู้ดี ว่าห่วงใย ที่แล้วมา ไม่เคยฟังใคร เอาอะไรจะเอาให้ได้ วันนี้มอง สว่างเข้าใจ ก็รู้ตัว ว่าผิดไป ต่อไปจะเป็นลูกที่ดี จะทำหน้าที่ลูกให้สมบูรณ์ ยังเป็นเด็กน้อยของพ่อเสมอ ยังนอนละเมอให้แม่คอยปลอบโยน จะเป็นเด็กดีให้พ่อภูมิใจ จะเป็นคนดีของแม่ตลอดไป สัญญา โอ้ชีวิตคน ดิ้นรนไขว่คว้า จนลืมวันเวลาเพื่อให้ ความสำเร็จ มันอยู่ที่ไหน ยิ่งนับวัน ยิ่งบ้าไป ต่อไปจะเป็นลูกที่ดี จะทำหน้าที่ลูกให้สมบูรณ์ *ยังเป็นเด็กน้อยของพ่อเสมอ ยังนอนละเมอให้แม่คอยปลอบโยน จะเป็นเด็กดีให้พ่อภูมิใจ จะเป็นคนดีของแม่ตลอดไป สัญญา เนื้อร้อง/ทำนอง: ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์ เรียบเรียง: นำพล รักษาพงษ์ September 21 ชื่อนั้นสำคัญไฉน...
“วุฒิณี” ชื่อที่พ่อกับแม่อุตสาห์ตั้งให้ส่วนที่มีที่ไปก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน แค่เป็นส่วนผสมระหว่างชื่อของพ่อและแม่มาประกอบกันนั้นเอง “วุฒิ” หมายถึง ความรู้ ส่วน “ณี” ก็คือผู้หญิงนั้นเอง นี่แหละคือของขวัญชิ้นแรกที่พ่อ แม่ มอบให้ แม้ว่าตอนเด็กๆ ชื่อมักจะดูแปลกและไม่มักคุ้นเหมือนเพื่อนๆคนอื่น บางคนก็สับสนไปว่านี่มันจะเป็นชื่อของ ชาย- หญิง บางคนอ่านออกเสียงไม่ถูก เวลาเวลาเรียกชื่อ “วุฒิณี” ก็มักจะออกเสียงไม่เต็มปาก หรือออกเสียงผิดไปทันที บางก็ว่าชื่อฉันไม่ตรงกับหลักการตั้งชื่อ เนื่องจากวามเชื่อที่ว่า คนวันจันทร์ ชื่อไม่ควรมีสระ แต่ชื่อ “วุฒิณี"”เห็นจะมาใช้กับความเชื่อนี่ไม่ได้ เพราะมีอยู่ทุกตัวอักษร และก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นกาลกิณีแต่อย่างไร เพราะมันเป็นของขวัญที่พ่อแม่บรรจงสร้างสรรค์ให้ พร้อมกับการให้พรอันประเสริฐ ผู้คนรอบข้างมีอยู่ไม่น้อยที่ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป บางเสริมดวงชะตา บางเปลี่ยนเพื่อให้ทันสมัย เพื่อเสริมอำนาจ บารมี หรือแม้แต่เป็นการเริ่มต้นของชีวิตใหม่ บางก็เปลี่ยนเพื่อให้เป็นที่จดจำ แต่ไม่ได้ใช้เพื่อมาแทนที่ชื่อ ที่พ่อ แม่ตั้งให้ หรือก็เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสร้าง “แบรนด์” ให้กับตัวเอง เคยถามหรือเพื่อนบางคน โดยเฉพาะสาวๆ ว่าอยากเปลี่ยนชื่อกันบ้างไหม หลายคนบอกว่าอยากเปลี่ยน แต่เมื่อพ่อแม่อุตสาห์ตั้งให้แล้วก็เกิดความลังเลยังไม่ขอเปลี่ยนชื่อ แต่บางคนก็แอบกระซิบ หรือ กระโกนดังๆให้เข้าใจได้ชัดเจนว่าถ้าให้เปลี่ยน “ชื่อ” ฉันพร้อมที่จะเปลี่ยน “นามสกุล”มากกว่า... August 14 ก็ที่แท้ส่วนลึกในใจมันเหงาเหลือเกิน
July 14 ไม่เอาแล้ว ฉันพอแล้ว...ไม่เอาแล้ว ฉันพอแล้ว...
ถึงใครหลายคนที่ทำให้ได้เรียนรู้กับความผิดหวังและความเจ็บปวด
กับความรู้ที่ต้องสูญเสีย กับการคาดหวัง เมื่อไหร่ที่คนเราจะเลยคาดหวังสิ่งต่างๆในชีวต
เมื่อเราไม่คาดหวัง ความผิดหวังก็คงจะไม่เกิด
เมื่อเราคิดที่จะเลือก เพราะคนเรามิสิทธิที่จะเลือกในชีวิต
บางครั้งไม่ได้เลือก แต่ก็ต้องยอมรับกับกติกาเพื่อให้ชีวิตดำเนินไป
บ่อยครั้งที่เรานึกอยากที่ย้อนอดีต แต่ไม่สามารถทำได้ กลับไปแก้ไขไม่ได้ฤ
บางครั้งก็ต้องทน อยู่กับปัจจุบันที่อยากให้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
บ่อยครั้งที่คนเราเห็นแกตัว ขอเป็นคนเอาแต่ได้ ไม่ต้องคิดถึงจิตใจคนอื่น
บางครั้งคนเราก็ไม่พยายาม รักษามิตรภาพระหว่างกันเอาไว้
บ่อยครั้งที่ความสุข ความสนุกในชีวิตต้องถูกทำให้ขาดหล่น ขาดหายไปจากช่วงชีวิต
และเราต้องพยายามเรียนรู้และยอมรับในเมื่อชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป
ปล. มันคงทำให่คนเราแข็งแกร่ง หรืออาจจะเย็นชากับความรู้สึกได้ดีขึ้น May 25 บางครั้ง...บางครั้ง... เชื่อว่าคนเรามีบางสิ่งที่ยังต้องติดตามและค้นหา ในช่วงของชีวิต สิ่งที่คนเราตามหา-กับความฝันบางครั้งมันก็ไม่ได้ที่จะกลายเป็นความจริงขึ้นมา บางครั้งบางสิ่งที่ตามหา พยายามไขว้คว้ามันช่างยาวนานช่วงขณะหนึ่งจิตใจ บางครั้งใจมันก็ต้องทำอะไรบนพื้นฐานของความขัดแย้ง แยกแยะระหว่างถูกกับผิด ที่แม้เพียงเส้นบางๆมากั้นกลางไว้ ถึงแม้จะแยกแยะออกระหว่างขาวกับดำ บางครั้งคนเราก็อาจจะตั้งใจเลือกที่จะเป็นขาวหรือดำ และบางครั้งคนเราก็เลือกที่จะเป็นสีเทา สีเทาที่มีระดับความเข้มอ่อนแตกต่างกัน เมื่อบางครั้งคนเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะสูญเสียทุกอย่างภายใน(เสีย)ใจ จากการ (ไม่) ได้เลือกที่จะก้าวพลาดในช่วงของจังหวะชีวิต "ในชีวิตคนทุกคนย่อมจะมีช่วงชีวิตเลวร้าย ขอเพียงใครสักคนอยู่คอยช่วยเป็นกำลังใจ..." (ห่วงหา- บานาน่าโบ๊ต) http://imusic.teenee.com/2/frame/109.php
May 24 เมื่อถึงเวลาตรวจตราจิตใจ...
เมื่อถึงเวลาตรวจตราจิตใจ...
May 08 ขับไทรทัน พลัส เลาะลัด ลาวใต้ขับไทรทัน พลัส เลาะลัด ลาวใต้
March 13 หอมกลิ่นเหลือเกิน...
ใกล้ๆ กัน ดังกับเราได้อยู่ในฝัน เมื่อตัวฉันได้มาอยู่ใกล้เธอ หอมตัวเธอ ทำเอาเราต้องมาพร่ำเพ้อ ดันไปเผลอหายใจอยู่ข้างเธอ ** ลมเอยอย่าพัดเลยตอนนี้ กลัวจะจางหายไป... กำลังเพลินกับการได้หายใจ เอากลิ่นกายของเธอในยามใกล้กัน * หอมกลิ่นเหลือเกิน จะสูดเข้าไป ฉันอยากหายใจ เอาไว้ให้มากพอ ขอสูดขอดม จะบ่มเอาไว้หอมกลิ่นหัวใจ เมื่อฉันได้ใกล้เธอ ขอเพียงเธอ มีเวลาได้อยู่ข้างฉัน เพียงเท่านั้นฉันคงสุขหัวใจ ไม่โดนตัว กลัวจะทำให้เธอด่างพร้อย เพียงปลายก้อยฉันยังไม่คิดเลย พอใจจะหอมแค่เพียงกลิ่นกาย คงไม่จางหายไป เพราะความจริง เธอหอมไปถึงหัวใจ สูดเท่าไร ความหอมมันคงไม่จาง... February 28 จะตามหาความโรแมนติกถ้ามีใครชวนไปเที่ยวทะเล เราคงนึกที่จะไปในที่ไกลๆก่อน พัทยา หัวหิน ชะอำ ระยอง คงจะเป็นที่ที่อยู่ในอันท้ายๆของความคิด ถ้าเลือกได้จะไป “เกาะ” ด้วยการอนุมานเข้าข้างตัวเองว่า “ยิ่งไกลยิ่งดี ยิ่งไกลยิ่งคุ้ม” คุ้มในที่นี้ คือได้สัมผัส และเอมอิ่มไปกับธรรมชาติอย่างเต็มที แม้จะต้องหมดระยะเวลาไปกับการเดินทาง อย่างน้อยเราเลือกได้ที่จะไปในที่ไกลก่อน ส่วนที่ใกล้ไกล(ถ้า)ไม่ตายคงได้ไป การไปทะเลก็เหมือนกับการเติมความ “โรแมนติก” ให้กับชีวิต นั่งฟังเสียงคลื่น เคล้าสายลม พร้อมกับนอนชมทะเล ใช้ชีวิตนิ่งๆอยู่บนผืนทราย ละเลียดและลิ้มรสในบรรยากาศฟ้าสวยทะเลใส... February 20 เรื่องของ อาทหาร(ที่บ้าน)
ท.ทหารอดทด ที่บ้านมีคุณอาทหาร อยู่ 1 คน บุคลิกและท่าทางก็ไม่ได้แตกต่างจากบรรดาอาๆทหารที่เราเคยเห็น อาทหาร ชอบดื่มเหล้า ขึงขัง หนักแน่น เหมือนๆอาทหารทั่วไป อาทหารที่บ้านไม่เคยสั่งให้ทำโน่นทำนี่ ไม่เคยสั่งว่าจะต้องเรียนให้เก่ง หรือออกคำสั่งที่ต้องปฏิบัติตาม หรือต้องขออนุญาติเหมือนๆอาทหารคนอื่นๆ อาทหารไม่เคยสนใจ ไม่ใช่ซิ อาทหารไม่เคยบังคับว่าจะต้องเป็นอย่างโน่นอย่างนี่ อย่างนั้น เหมือนอย่างที่ไหนๆ อาทหารให้อิสระในการตัดสินใจอย่างเต็มที จะทำอะไร อย่างไง ที่ไหน อาทหาร ไม่เคยถาม แต่แกจะคอยดูอยู่ห่างๆ สอนโดยอ้อม ให้ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง อาทำอะไรก็มักจะเรียกไปเป็นลูกมือ จึงไม่แปลกอะไรที่มักจะทำในหลายสิ่งอย่างที่อาทหารทำเป็น อาทหาร ไม่เคยชื่นชมเวลาในเวลาต่างๆ ซึ่งบางครั้งมันก็รับรู้ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าว คำพูดคุยกันแต่ละคำในแต่ละวันแทบจะไม่มีหลุดออกจากปากอาทหาร แต่อยากบอกอาทหารว่าอาทหารยิ่งใหญ่ทุกๆลมหายใจ และ "ฉันภูมิใจในอาทหาร ที่สุด " February 02 ปล.แด่เดือนแห่งความรัก...
|
||||
|
|